02-770-9700 ต่อ 2020

  • Facebook

- เขตบางกะปิ

- กรุงเทพมหานคร

- ประเทศไทย

ค้นหา
  • กันต์

“Self Automated Car” แก้ปัญหาตีนผี เทคโนโลยีที่น่าสนใจกับข่าวคราวในช่วงนี้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาระบบขนส่งส

อัพเดตเมื่อ: 16 ส.ค. 2019


ขอกล่าวคำว่าสวัสดีลูกค้าเคิร์ซทุกท่าน ในปีระกาอย่างเป็นทางการนะคะ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกๆท่าน คิดหวังสิ่งใดขอให้สมความปรารถนา มีแรงและมีพลังในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และในฉบับแรกต้อนรับปีไก่ทองนี้ เรามาพบกับ “Self Automated Car” เทคโนโลยีที่น่าสนใจกับข่าวคราวในช่วงนี้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในรูปแบบใด เชิญติดตามกันได้เลยค่ะ


Self Automated Car แก้ปัญหาตีนผี

ข่าวอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเมื่อตอนเทศกาลปีใหม่แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับประเทศไทยที่ทำให้เกิดการตื่นตัวเรื่องการเดินทางโดยรถตู้สาธารณะ แต่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้ประเด็นเรื่องนี้ถูกหยิบขึ้นมากล่าวถึง แม้จะรู้ว่า

เรื่องราวที่เกิดขึ้นจะถูกลืมเลือนไปในเวลาอีกไม่นานก็ตาม ในขณะที่ภาครัฐฟันธงไขทางออกด้วยการสั่งให้เปลี่ยน

มาใช้รถไมโครบัส แต่ นั่นก็ยังไม่ใช่ทางแก้ที่ตรงจุดอยู่ดี แต่ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้นึกถึงเทคโนโลยีที่ยุโรปได้นำมาทดลองใช้ในช่วงกลางปี 2559 นั่นคือ การขนส่งโดยใช้รถบรรทุกไร้คนขับข้ามทวีป และนี่ก็อาจเป็นทางออกสำหรับปัญหาเรื่องรถโดยสารสาธารณะข้ามจังหวัดก็เป็นได้

ทุกวันนี้ ในตลาดคมนาคมผู้ประกอบการพยายามนำเทคโนโลยีต่างๆ มาให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร

ระหว่างการเดินทาง เช่น บริการ Wi-Fi บริการ USB Port สำหรับชาร์จแบตเตอรี่มือถือ จอ LCD ส่วนตัวประจำที่นั่ง เป็นต้น แต่เทคโนโลยีเหล่านี้ แม้จะให้ความสะดวกสบายแต่ก็มิได้เป็นเครื่องการันตีความปลอดภัยว่าผู้โดยสารจะเดินทางไปถึงที่หมายหรือไม่ และแน่นอนว่าเทคโนโลยีเหล่านี้มีอยู่เฉพาะบนรถโดยสารระดับ VIP เท่านั้น ในขณะที่รถตู้โดยสาร ไม่มีสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้ เพราะผู้ประกอบการเน้นไปที่การดัดแปลงให้รถสามารถจุผู้โดยสารได้จนเกินพิกัด เรียกว่าเป็นความฉลาดในการนำทุกพื้นที่บนรถมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด โดยแลกกับความปลอดภัย ของชีวิตและทรัพย์สินทั้งผู้โดยสารและคนขับรถ

การนำ Self Automated Car เข้ามาใช้ แน่นอนว่าชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นรถที่วิ่งเองโดยไม่ต้องอาศัยคนขับ นั่นหมายถึงรถทุกคันจะต้องวิ่งตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ ไม่มีการออกนอกเส้นทาง ไม่มีการถูกแซงแล้วเลือดรักศักดิ์ศรีเดือดพล่าน ไม่มีข่าวประเภทตำรวจจับรถโดยสารที่คนขับเมาเหล้าเมายาเสพติด หรือคนขับรถถูกบังคับให้ทำรอบเยอะๆ จนประท้วงด้วยการทิ้งรถและผู้โดยสารไว้กลางทาง ซึ่งแต่ละกรณีที่เกิดจากคนขับและพนักงานที่เป็นมนุษย์ทั้งสิ้น ดังนั้น หากในอนาคตสามารถพัฒนาให้บริการคมนาคมก้าวไกลมาถึงระดับนี้ได้จริง ปัญหาเรื่อง 7 วันอันตรายที่เกิดจากตัวรถโดยสารเองก็จะลดลง อย่างไรก็ดี อาจมีปัญหาใหม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยเช่น การประทว้งโดยเหลา่ผูเ้สยีผลประโยชน ์ซงึ่เปน็กฎเกณฑธ์รรมชาตขิองการแทนทสี่งิ่เดมิๆ และลงท้ายที่กฎหมายไทยระบุว่า สิ่งที่เข้ามาใหม่ขัดต่อกฎหมายและเอาเปรียบผู้ให้บริการหรือผู้ประกอบการที่มีอยู่เดิมแทนที่จะเป็นการถกเถียงกันด้วยข้อมูลทางวิชาการ การวิเคราะห์ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน วิกฤต และโอกาส เหมือนกับกรณี Uber และ Grab Bike ที่เคยปรากฏไว้ก่อนหน้านี้

ในขณะที่เรากำลังรอให้โลกหมุนมาจนถึงจุดๆนั้นเราก็ยังมีเทคโนโลยีสำคัญที่ควรนำมาใช้คู่กับรถโดยสาร อย่างระบบ Tracking คอยติดตามรถแต่ละคันว่าเป็นอย่างไร อยู่ในเส้นทางหรือไม่ และใช้ความเร็วเกินกำหนดหรือไม่ ระบบ RFID ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับต่างๆ เช่น คนขับรถอยู่ในสภาพพร้อมหรือไม่ ผู้โดยสารคนใดไม่รัดเข็มขัดนิรภัย เป็นต้น

การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ควรมีผู้ริเริ่มจุดประกายโดยที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นภาครัฐหรือเอกชน และควรมีอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่อินเทอร์เน็ตไร้สาย 4G ครอบคลุมทั่วประเทศ ผู้คนใช้ชีวิตแบบ

Connected Life และเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาเป็น Machine to Machine มากขึ้น และ มีสถิติของอุบัติเหตุ บนท้องถนนเพิ่มขึ้นทุกวันๆ โดยร้อยละ 99 ของต้นตอ ล้วนเกิดจากมนุษย์ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพของมนุษย์หรือ แทนที่มนุษย์ ในบางเรื่องอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดก็เป็นได้


Hello Society

Electronics Extreme ทำสัญญา Gravity เปิดบริการ Ragnarok ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หลังจากที่ประเทศไทยเราได้แสดงศักยภาพของเกม Ragnarok Online ให้ทาง Gravity เห็นว่า แม้จะผ่านมา 15 ปี ก็ยังมีคนชื่นชอบและรักในเกม Ragnarok อยู่เป็นจำนวนมาก ล่าสุดทาง Gravity เซ็นสัญญากับ Electronics Extreme อีกครั้ง เพื่อนำเกม Ragnarok Online กลับมาเปิดให้บริการในประเทศต่างๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากแหล่งข่าวระบุว่าลิขสิทธิ์ของ Ragnarok ถูกซื้อมาในราคาประมาณ 1.1 พันล้านวอน (ประมาณ 33,150,000 บาท) โดยจะเปิดให้บริการในประเทศ ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และสิงคโปร์

คำกล่าวจาก CEO ของ Gravity Global Business “Kim Jin-hwan”

“ความสนกุสนานและแบรนดท์์ีแ่ขง็แกรง่ของ Ragnarok Online ถูกพิสูจน์แล้วว่า ยังเป็นที่รักใครข่องผู้คน

จำนวนมาก แม้จะเวลาจะล่วงเลยไป 15 ปีแล้วก็ตาม ถ้าพวกเราทุกคนร่วมมือกัน ผมคิดว่ายุคสมัยที่รุ่งเรืองของ

Ragnarok จะกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน”

ที่มา – MMOexaminer, inews24


ดู 14 ครั้ง