02-770-9700 ต่อ 2020

  • Facebook

- เขตบางกะปิ

- กรุงเทพมหานคร

- ประเทศไทย

ค้นหา
  • กันต์

วิธีการเลือกสำรองข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกต้อง

อัพเดตเมื่อ: มี.ค. 10

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าทุกวันนี้ระบบเซิร์ฟเวอร์เป็นสิ่งจำเป็นในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน คงจะน่าปวดหัวไม่ใช่น้อยหากข้อมูลสำคัญของคุณเกิดสูญหายไปโดยไม่ได้ตั้งใจและยิ่งไปกว่านั้นอาจก่อให้เกิดความสูญเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจจนยากจะแก้ไข


หากเซิร์ฟเวอร์เกิดขัดข้องหรือเสียหายไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม อย่างเช่น โดนไวรัส โดน Hack หรือเป็นที่ตัวระบบเอง ข้อมูลสำคัญ ๆ ของคุณหรือบริษัทองค์กรต่าง ๆ ที่เก็บไว้ก็จะหายไปด้วยนั่นย่อมส่งผลเสียหายตั้งแต่ระดับน้อยๆสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปจนถึงระดับธุรกิจขนาดใหญ่


มีตัวอย่างมากมายที่หลายบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ถูกโจมตีเซิร์ฟเวอร์โดยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ทำให้ข้อมูลเสียหายจึงพยายามหาวิธีป้องกันและระบบรักษาความปลอดภัยด้านไอทีต่าง ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจปกป้องข้อมูลได้จนก่อให้เกิดความสูญเสียทางธุรกิจอย่างมาก คงจะดีกว่าหากคุณมีการสำรองข้อมูลเซิร์ฟเวอร์หรือที่เรียกว่า Backup คัดลอกแฟ้มข้อมูลเพื่อทำสำเนาไว้ใช้กรณีที่เกิดการเสียหายหรือสูญหายเรียกว่ากันไว้ดีกว่าแก้



Data Backup


Backup ข้อมูลมีความจำเป็นอย่างยิ่งหากเกิดเหตุไม่คาดฝันเรายังนำข้อมูลที่สำรองไว้มาใช้ได้ทันที ไม่ว่าในกรณีที่เกิดไปลบหรือทำข้อมูลหายโดยไม่เจตนา เกิดข้อผิดพลาดหรือมีปัญหาในขั้นตอนการอัพเดทข้อมูลหรือไฟล์ใช้ไม่ได้ก็ยังกู้ข้อมูลเก่านำมาใช้ได้หรืออุปกรณ์ที่เราใช้เก็บข้อมูลเกิดความเสียหายหรือสูญหายไปเราก็ยังสามารถนำข้อมูลที่เรา Backup ไว้มาใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นได้


การสำรองข้อมูลนั้นมีหลายรูปแบบควรวางแผนและเลือกวิธีสำรองข้อมูลให้ถูกต้องเหมาะสมเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงผลกระทบทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่าย เวลาที่ใช้ดำเนินการ การเสียพื้นที่เก็บไฟล์อย่างไม่จำเป็นรวมถึง Bandwidth ที่เราต้องเสียให้ในระหว่างการสำรองข้อมูล


ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ บริษัทห้างร้านหรือการใช้งานส่วนบุคคลล้วนเห็นความสำคัญของการสำรองข้อมูลไว้เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ การ Backup มีให้เลือกหลายวิธี ดังนี้

  1. Full Backup ชื่อก็บอกอยู่แล้วเป็นเป็นการคัดลอกทั้งหมดเอาทุกไฟล์ในทุกไดรฟ์และอื่น ๆ มาทั้งหมด ไม่ว่าจะทำสำเนามาแล้วในวันก่อน ๆ หรือไม่ พูดง่าย ๆ คือจะ Backup ทบต้นตั้งแต่แรกนั่นเอง

  2. Incremental Backup เป็นการสำรองข้อมูลที่เอาเฉพาะข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงจาก Backup ล่าสุด เป็นวิธีที่รวดเร็วและไฟล์จะมีขนาดเล็กใช้พื้นที่ในการจัดเก็บน้อยจึงไม่ไปรบกวนประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์มากนัก

  3. Differential Backup เป็นการ Backup เอาเฉพาะข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจาก Full Backup ล่าสุด เป็นวิธีที่ประหยัดเวลาในขั้นตอนการดำเนินงาน มักใช้ในกรณี Backup Disk to Tape ซึ่งช่วยแก้ปัญหาในการ Restore เทปหลายชุด

  4. Image Backup ถ้าไม่นับถึงค่าใช้จ่ายที่อาจจะแพงสักหน่อยและใช้เนื้อที่ในการจัดเก็บมาก วิธีนี้เป็นวิธีสำรองข้อมูลที่สมบูรณ์และดีมากเพราะสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งหมดเป็นการอิมเมจไฟล์มาสเตอร์ไปไดรฟ์หรือฮาร์ดดิสก์ลูกอื่น


การตัดสินใจเลือกว่าจะใช้วิธีไหนให้เหมาะสมในการสำรองข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ของคุณ อย่าคำนึงถึงแต่เรื่องงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูปัจจัยอื่น ๆ โดยรอบมาร่วมด้วย เช่น ความสำคัญและความจำเป็นของการ Backup ระยะเวลาที่จะใช้ จำนวนข้อมูลที่มี เช่น หากคุณมีข้อมูลจำนวนไม่เยอะมากและพอมีเวลาไม่เร่งรีบในการดำเนินการก็อาจใช้เป็นการสำรองข้อมูลเป็นไฟล์หรือโฟลเดอร์ได้ แต่ถ้าเป็นบริษัทที่มีข้อมูลสำคัญ ๆ และไม่อาจรอเวลาได้การสำรองข้อมูลแบบ Image Backup ก็เหมาะที่จะนำมาใช้


ควรวางแผนเลือกรูปแบบและตั้งค่าช่วงระยะเวลาในการสำรองข้อมูลให้มีการผสมผสานอย่างเหมาะสมลงตัวเพราะมีความสำคัญมาก นั่นจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและต้นทุนในการดำเนินงานได้มากขึ้น อย่าวางใจในการ Backup ข้อมูลไว้ที่เดียวควรเก็บไว้หลายที่เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะได้มีข้อมูลสำรองที่เราเก็บไว้อีกที่นำมาใช้ได้ทันที

น่าจะเป็นการดีหากคุณทำให้ระบบการสำรองข้อมูลมีการอัพเดทแบบเรียลไทม์ นั่นคือทุกครั้งที่มีการอัพเดทไฟล์การสำรองข้อมูลก็จะอัพเดทไปด้วย การกำหนดระยะเวลา Backup ข้อมูลของคุณนั้นแนะนำว่าควรตั้งค่าไว้ให้ดำเนินการตามตารางโดยอัตโนมัติอย่างต่อเนื่องดังตัวอย่างข้างล่าง


  1. Image Backup เป็นประจำทุกเดือน Full Backup ทุกสัปดาห์ Differential/ Incremental Backup ทุกวัน

  2. Image Backup ทุก 3 เดือน Full Backup ทุกเดือน Incremental Backup ทุกวัน


ก่อนจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงข้อมูลระบบใด ๆ เช่น อัพเดท OS เพิ่มฮาร์ดแวร์ หรืออัพเดทไดรฟ์เวอร์ เป็นต้น ควรทำการสำรองข้อมูลแบบ Image Backup เสียก่อนเพื่อความปลอดภัยและควรให้ความสำคัญอย่างจริงจังในการจัดเก็บข้อมูลที่สำรองไว้ในตำแหน่งที่แตกต่างกับแหล่งข้อมูลสำรองหลักเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน พึงระลึกไว้เสมอว่ามีการ Backup ข้อมูลไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ๆ ก็ตามก็ยังดีกว่าไม่มีเอาเสียเลย


หากตัวเราเองไม่ได้มีเวลามากพอหรือไม่มีความรู้ทางด้านไอที ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทที่ไว้ใจได้มาช่วยดูแล ที่ เคิร์ซ เรามีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านนี้โดยเฉพาะคอยให้คำปรึกษา ดูแลและให้ความช่วยเหลือคุณตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน เรามีลูกค้ามากมายที่มอบความไว้วางใจใช้บริการของเรา อยากทราบรายละเอียดการบริการเพิ่มเติม ติดต่อ info@kirz.com โทร 02-7709700 ต่อ 2020


เขียนโดย Kirz Marcom Team

ดู 30 ครั้ง