02-770-9700 ต่อ 2020

  • Facebook

- เขตบางกะปิ

- กรุงเทพมหานคร

- ประเทศไทย

ค้นหา

Digital Ethics and Privacy

อัพเดตเมื่อ: มี.ค. 10


Digital Ethics

ปัจจุบันเป็นโลกยุคดิจิทัล ผู้คนจำเป็นต้องใช้ชีวิตร่วมกับเทคโนโลยีต่างๆ และบรรดาปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลาย ประเด็นด้านจริยธรรมและความเป็นส่วนตัวบนโลกดิจิทัล หรือ Digital Ethics and Privacy ได้ถูกกล่าวถึงและได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐและภาคเอกชนได้ใช้มาตรการเชิงรุกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น

  • การจัด World Ethic Forum ซึ่งเป็นการคาดการณ์วิทยาการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อหาวิธีการและแนวทางรองรับปัญหาด้านจริยธรรม ไม่ให้วิทยาการใหม่ๆ สร้างปัญหาให้กับสังคมในอนาคต

  • การเปิดตัว “สภาที่ปรึกษาด้านจริยธรรมในเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์” ของ Google เพื่อให้คำแนะนำและวิเคราะห์ความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยี AI ถือเป็นความพยายามในการที่จะสร้างมาตรฐานให้เกิดขึ้นในบรรดาเหล่านักพัฒนาเทคโนโลยีทั้งหลาย และในภาพรวมน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีระหว่างที่รอให้หน่วยงานรัฐในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งบางอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนมิอาจคาดการณ์ได้

  • นอกจากนี้ เมื่อปี ค.ศ. 2017 ได้มีการประชุม Technology Law Conference ของสมาคมเนติบัณฑิตยสภาระหว่างประเทศ (International Bar Association : IBA) ณ ประเทศบราซิล ได้หยิบยกประเด็นที่กรรมการกิจการกฎหมายแห่งรัฐสภายุโรป (European Parliament’s Legal Affairs Committee) กล่าวถึงเทคโนโลยีกับกฎหมายในเรื่องสถานะทางกฎหมายของหุ่นยนต์และ AI เพื่อให้ประเทศสมาชิกเข้าใจตรงกันว่า “เป็นบุคคลอิเล็กทรอนิกส์” หรือ Electronics Persons

การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น เป็นการยกระดับจริยธรรมและความเป็นส่วนตัวของการใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ จนกล่าวได้ว่าเป็นมาตรการกระตุ้นให้คนในสังคมให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับบรรดาภาคเอกชนและภาครัฐในการนำข้อมูลของตนไปใช้ รวมถึงการดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาขึ้นแล้วจึงคิดแก้ไขในภายหลัง

Digital Ethics หรือจริยธรรมบนโลกดิจิทัล

จริยธรรมบนโลกดิจิทัลเป็นกฎเกณฑ์ที่ประชาชนหรือคนส่วนใหญ่ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสื่อสารได้ตกลงร่วมกันว่าเป็นข้อตกลงที่นำมาใช้ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งเป็นมาตรการในการป้องกันไม่ให้มีการทำผิดจริยธรรม เช่น การใช้เทคโนโลยีสื่อสารเพื่อทำร้ายคนอื่นให้เกิดความเสียหาย หรือก่อความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในสังคม หรือการขโมยและเข้าถึงข้อมูลของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

โดยทั่วไปหากเอ่ยถึง Digital Ethics หรือจริยธรรมบนโลกดิจิทัล นิยมกล่าวถึงจริยธรรมหลัก 4 ประการ โดยใช้ชื่อย่อว่า PAPA แต่ละตัวอักษรมีที่มาและองค์ประกอบ ดังนี้

  • ความเป็นส่วนตัว หรือ Information Privacy (P) เป็นสิทธิของเจ้าของข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อใช้ในการควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยข้อมูลให้ผู้อื่นได้เห็นหรือเข้าถึงได้ หรือไม่ให้เห็นหรือเข้าถึงไม่ได้ สิทธิที่ว่านี้ครอบคลุมทั้งข้อมูลส่วนบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรต่างๆ

  • ความถูกต้อง หรือ Information Accuracy (A) แสดงถึงความรับผิดชอบของเจ้าของข้อมูลหรือผู้ทำการจัดเก็บข้อมูล เพื่อรับรองว่าข้อมูลที่จัดเก็บมีความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถูกต้องของข้อมูลและการบันทึกข้อมูลนั้นด้วย

  • สิทธิความเป็นเจ้าของ หรือ Intellectual Property (P) เป็นสิทธิหรือการเป็นเจ้าของในสิ่งที่เป็นผลผลิตทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งกฎหมายรับรองว่ามีอยู่เหนือสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ทางปัญญา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทแรก ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ได้แก่ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า การออกแบบอุตสาหกรรม ความลับทางการค้า และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และประเภทที่สอง คือ ลิขสิทธิ์ หมายถึง งานหรือความคิดสร้างสรรค์ในสาขาวรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรี งานภาพยนตร์ งานด้านอื่นในทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และฐานข้อมูลด้วย

  • การเข้าถึงข้อมูล หรือ Data Accessibility (A) เป็นการกำหนดสิทธิและความรับผิดชอบในการเข้าใช้งานข้อมูล เพื่อป้องกันการเข้าไปดำเนินการต่างๆ กับข้อมูลของผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล และเป็นการรักษาความลับของข้อมูลไม่ให้รั่วไหล

ปัจจุบันการใช้งานคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสื่อสารมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีช่วยให้เข้าถึงและค้นหาข้อมูลได้ง่าย ส่งผลให้กรอบจริยธรรมที่เคยเป็นข้อตกลงร่วมของสังคมไม่เพียงพอหรือไม่อาจบังคับใช้ได้อย่างทั่วถึง บางครั้งเทคโนโลยีออกแบบมาให้เกิดการละเมิดจริยธรรมโดยธรรมชาติของตัวมันเอง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเจ้าของข้อมูลหรือผู้เข้าใช้งานข้อมูล ทุกคนล้วนต้องตระหนักถึงผลกระทบจากกลไกการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่มีทิศทางจะละเมิดกรอบจริยธรรมมากขึ้น โดยถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนของสังคมในยุคดิจิทัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Privacy หรือความเป็นส่วนตัว

คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสื่อสารทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะจากการเก็บรวบรวมข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน จนทำให้ประชาชนรู้สึกว่าก่อความรำคาญและสูญเสียความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่จะสรุปได้ว่าความเป็นส่วนตัวที่ได้รับผลกระทบนั้น เกิดจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากแต่ละคนมีระดับการรับรู้ถึงการถูกคุกคามความเป็นส่วนตัวแตกต่างกัน

ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความเป็นส่วนตัวและความเป็นสาธารณะแคบลง ผู้คนเริ่มเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและชีวิตส่วนตัวของตนมากขึ้นเรื่อยๆ วัฒนธรรมการเปิดเผยและการแชร์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกยุคดิจิทัล นอกจากนี้กิจกรรมต่างๆ ได้ย้ายเข้าสู่กระบวนการของโลกอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมทางการเงิน การสั่งซื้อสินค้า หรือการใช้บริการโทรศัพท์มือถือ สิ่งเหล่านี้ล้วนทิ้งร่องรอยไว้ในโลกออนไลน์มากขึ้น ประกอบกับการประมวลผลที่เกิดขึ้น ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลมีมูลค่าที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายอย่าง และบางกรณีเกิดปัญหาการละเมิดความเป็นส่วนตัวของคนในสังคม ซึ่งโดยทั่วไปพบปัญหาอยู่ 4 ประการ ดังนี้

  • การละเมิดความเป็นส่วนตัวจากหน่วยงานภาครัฐที่ไม่มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่ดีพอ เช่น สถาบันการศึกษา สถาบันการเงินของรัฐ โรงพยาบาล และกรมการปกครอง เป็นต้น

  • การละเมิดความเป็นส่วนตัวจากภาคธุรกิจเอกชน โดยการส่งต่อข้อมูลให้กับบุคคลที่สามหรือองค์กรอื่น เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน เช่น ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ บริษัทประกันภัย สถาบันการเงิน บริษัทจำหน่ายรถยนต์ ห้างสรรพสินค้า และสายการบิน เป็นต้น

  • การละเมิดความเป็นส่วนตัวจากสื่อมวลชนที่ขาดความระมัดระวังในการนำเสนอข่าว เช่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคนที่กำลังเป็นข่าว การเผยแพร่สถานะทางครอบครัว และการเปิดเผยข้อมูลการเดินทาง เป็นต้น

  • การละเมิดความเป็นส่วนตัวจากผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสื่อสารด้วยกันเอง เช่น การแชร์ข้อความหรือแท็กรูปภาพของคนอื่นในสื่อสังคมออนไลน์ การประจานหรือด่าทอผู้อื่นในโลกออนไลน์ การแอบเปิดจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ของคนอื่น และการใช้โปรแกรมสนูปแวร์ (Snoopware) เก็บข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคนอื่น เป็นต้น

จากปัญหาทั้ง 4 ประการข้างต้น จะเห็นว่าทุกปัญหามีความสัมพันธ์กันและเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของการจัดเก็บข้อมูลของแหล่งข้อมูล แต่ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ การละเมิดความเป็นส่วนตัวของกลุ่มผู้งานใช้โลกออนไลน์ด้วยกันเอง สะท้อนให้เห็นว่าการอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวและเรียนรู้วิธีการตั้งค่า และการเคารพความเป็นส่วนตัวของตนเองและผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญมากในประเด็นด้านจริยธรรมและความเป็นส่วนตัวบนโลกดิจิทัล


เขียนโดย Kirz Marcom Team


ดู 81 ครั้ง