02-770-9700 ต่อ 2020

  • Facebook

- เขตบางกะปิ

- กรุงเทพมหานคร

- ประเทศไทย

ค้นหา

Digital Twins

อัพเดตเมื่อ: มี.ค. 10

ในปี ค.ศ. 2001-2002 คำว่า Digital Twins ปรากฏขึ้นครั้งแรกโดยการให้คำนิยามของ Dr. Michael Grieves อาจารย์มหาวิทยาลัย Michigan ผ่านงานเขียนของเขาที่ชื่อว่า “การบริหารจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product life cycle management)”

  • บทความนี้ของเขาได้เสนอแนวคิดการสร้างฝาแฝดดิจิทัล หรือ Digital Twins ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

  • แนวคิดดังกล่าวสามารถที่จะเห็นภาพกระบวนการผลิตและออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจน ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง และสร้างกำไรมากขึ้น

  • ในเวลาต่อมา ปี ค.ศ. 2018 บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นนำของโลกอย่าง การ์ทเนอร์ (Gartner) ยกให้ Digital Twins เป็น 1 ใน 10 เทรนด์นวัตกรรมที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และจะเติบโตพร้อมการมีอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things หรือ IoT)

Digital Twins

Digital Twins คืออะไร

Digital Twins หรือเทคโนโลยีเสมือนจริงคู่แฝด เป็นสื่อใหม่ที่เกิดจากเทคโนโลยีดิจิทัล โดยการผสมผสานโลกแห่งความจริง (Real World) กับ โลกเสมือน (Virtual World) มาใช้ในการทำงานและการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ด้วยการหลอมรวมคอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสื่อสารมวลชนเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

  • เทคโนโลยีใหม่ดังกล่าวนี้ ได้แก่ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) ซึ่งเป็นการสร้างสถานการณ์จำลองจากสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นจริง กับวัตถุเสมือนจากการนำภาพ วีดีโอ เสียง และข้อมูลอื่นๆ ที่ประมวลผลได้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บเล็ต

  • ผลที่ได้คือ การจำลองสภาพแวดล้อมจริงเข้าไปให้เสมือนจริง (VR) โดยทำให้การรับรู้ของผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น ได้ยินเสียง สัมผัส หรือได้กลิ่น สามารถตอบสนองกับสิ่งที่จำลองนั้นได้ เช่น การสร้างสถานการณ์จำลองห้องปฏิบัติการในภาคอุสาหกรรมการผลิต หรือห้องปฏิบัติการในสถาบันการศึกษา เป็นต้น

Digital Twins ทำงานอย่างไร?

Digital Twins จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ต้องมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับวัตถุทางกายภาพของจริงมากที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้จึงจะแม่นยำและสามารถตอบสนองการใช้งานได้ตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้ใช้มากที่สุด อย่างไรก็ดี IBM บริษัทผู้สร้าง Digital Twins บริษัทหนึ่งของโลก กล่าวว่า Digital Twins ทำงานขึ้นมาได้ด้วยการบูรณาการ 3 เทคโนโลยีหลักเข้าด้วยกัน

  • เทคโนโลยีสร้างแบบจำลองและวัตถุเสมือนจริง ที่นำเสนอข้อมูลในรูปแบบ 3D หรือ 3 มิติ

  • เทคโนโลยีเซ็นเซอร์และ IoT (Internet of Things) ที่นำมาใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลทางกายภาพและข้อมูลที่จำเป็นในการสร้างเทคโนโลยีเสมือนจริงคู่แฝด (Digital Twins) จากอุปกรณ์ต้นแบบ

  • ระบบประมวลผลคุณภาพสูงที่สามารถวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการตรวจพบความผิดพลาดจากการสร้างเทคโนโลยีเสมือนจริงคู่แฝด และโอกาสในการพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

  • ปัจจุบันการนำ Digital Twins มาใช้ในภาคธุรกิจและในสถาบันการศึกษา ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน

  • Integrate เป็นการติดตั้งอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล เช่น การติดตั้ง sensor ให้กับอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนต่างๆ ในกระบวนการเก็บรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล

  • Connect Sensor ทำหน้าที่ดึงข้อมูลจากอุปกรณ์หรือกระบวนการมาวิเคราะห์ โดยการเชื่อมต่อระบบสื่อสารระหว่างอุปกรณ์จริงกับระบบประมวลผลดิจิทัล

  • Analyze นำข้อมูลที่ได้จาก sensor ในจุดต่างๆ มาทำการวิเคราะห์โดยอาศัยเทคนิคการวิเคราะห์ต่างๆ แล้วสร้างโมเดลการทำงานของ Digital Twins ในขั้นตอนนี้สามารถใช้ Machine Learning ในการทำนายความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้

  • Leverage องค์ความรู้ที่ได้จากการวิเคราะห์จะถูกนำมาใช้ในกระบวนการทำงานต่างๆ ของ Digital Twins เช่น การคาดการณ์การทำงานของเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมว่ามีอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนใดจะสึกหรอ เสื่อมสภาพ หรือชำรุดในอนาคตอันใกล้ เพื่อจะได้วางแผนการสั่งซื้อหรือสำรองอุปกรณ์ไว้ได้ กระบวนการผลิตก็จะไม่ขาดตอน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การใช้ Digital Twins ในภาคธุรกิจ

The German Association for Information Technology, Telecommunications and New Media (BITKOM) เปิดเผยว่า ภายในปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) Digital Twins จะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตให้มีศักยภาพทางเศรษฐกิจมากกว่า 78 พันล้านยูโร โดยไม่เพียงแต่พัฒนาด้านเครือข่ายเท่านั้น แต่ยังสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การประมวลผล ไปจนถึงการปฏิบัติงานของเครื่องแสดงผลแบบเสมือนจริงบน Platform Digital ซึ่งจะช่วยให้การมองเห็น การเข้าใจ และการปรับใช้งาน สร้างประโยชน์มากมายให้กับบริษัท

  • ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ข้อมูลจาก Deloitte พบว่า Digital Twins ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตในหลายด้าน เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการคาดการณ์การเสื่อมสภาพของเครื่องจักร เป็นต้น

  • ในอุตสาหกรรมอวกาศและยานยนต์ องค์การ NASA กล่าวว่า Digital Twins จำเป็นต้องนำมาใช้ในการประกอบยานยนต์ในห้องปฏิบัติการ เนื่องจากการพัฒนายานอวกาศมีข้อจำกัดทางกายภาพหลายประการ เช่น การประกอบชิ้นส่วนต้องใช้อุณหภูมิสูงและเกิดมลภาวะเสียง วิศวกรจึงต้องปฏิบัติภารกิจโดยใช้ Digital Twins เพื่อคำนวณความเสี่ยงและอัตราความสำเร็จของงาน

  • ในธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ Digital Twins ถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์ โดยการสร้างร่างกายเสมือนของผู้ป่วย เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรค การรักษา และพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปวิเคราะห์และเปรียบเทียบกับผู้ป่วยจริง เพื่อค้นหาวิธีการรักษาโรคที่เสี่ยงน้อยที่สุดแต่ได้ผลมากที่สุด

  • ในธุรกิจผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์การวางผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กรณีของบริษัท Cityzenith ประเทศอินเดียใช้ Digital Twins พัฒนาเมืองอมราวดีเมืองหลวงใหม่ของรัฐอานธร โดยวางผังเมืองแบบ 3D เพื่อดูความก้าวหน้าในงานก่อสร้างแบบ real time ผลลัพธ์ที่ได้คือ ใช้วิเคราะห์การแบ่งเขตและเวนคืนที่ดินได้ โดยมี sensor ช่วยในการสังเกตการณ์สภาพจราจร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเป็นอยู่ของพลเมือง ในที่สุดก็สามารถพัฒนาเมืองให้เป็น Smart City ได้สำเร็จ

  • ในภาคเกษตรกรรม เช่น บริษัท Stara บริษัทผลิตเครื่องจักรรถแทรกเตอร์ในประเทศบราซิล ได้ประยุกต์ Digital Twins ใช้ในการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ โดยติด IoT sensor ไว้ที่ตัวรถแทรกเตอร์ เพื่อทดสอบคุณภาพของระบบและตรวจสอบความผิดพลาดต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความเสียหายน้อยลง ต้นทุนต่ำลง ได้กำไรสูงสุดและสามารถพัฒนาต่อยอดได้ด้วย

Digital Twins มีคุณสมบัติพิเศษและเด่นในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและสามารถตรวจพบความผิดพลาดในกระบวนการทำงานได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งนำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพให้ด้วย ในอนาคตคาดว่าจะได้เห็นการนำ Digital Twins ไปใช้ในด้านอื่นๆ กว้างขวางมากขึ้น โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ทั้งในด้านสุขภาพ การคมนาคมขนส่ง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยให้คาดการณ์หรือทำนายสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้แม่นยำยิ่งขึ้น


เขียนโดย Kirz Marcom Team

ดู 35 ครั้ง